ประวัติศาสตร์อิสลามไม่ใช่นิทานก่อนนอน

 

เพื่อนคน1 เคยตั้งข้อสังเกตว่า…ทุกวันนี้เรากำลังทำให้ชีวประวัติอัมบิยาอฺ บรรดาซอฮาบะฮฺ  และเหล่าอัส-สลัฟฟุซซอเลียฮฺมีสภาพไม่ต่างอะไรจากนิทานก่อนนอนหรือเปล่า?

 

เราอ่านชีวประวัติของพวกท่านเหล่านั้นให้ทั้งตัวเอง และลูกหลานฟัง  เพื่อจะป้องปากร้อง ‘โอ้โห’ อย่างชื่นชม และตื่นใจในความเสียสละ ความกล้าหาญ และความศรัทธามั่นที่พวกเขามีต่ออัด-ดีนของอัลลอฮฺ  จากนั้นก็เข้านอนเพื่อจะตื่นขึ้นมาสะสางการงานแห่งชีวิตดุนยาของตัวเองที่ไม่มีอะไรใกล้เคียงกับวิถีชีวิตของพวกเขาต่อไป

 

เรายอมจำนนต่อเงื่อนไขของความเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย  คือ ยอมรับนะว่าวิถีชีวิตของบรรดาบรรพชนในประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่สูงส่งน่ายกย่อง แต่‘มันทำไม่ได้หรอกในยุคสมัยนี้’  และถ้าใครเกิดลุกขึ้นมาเรียกร้องเชิญชวนไปสู่การมีวิถีชีวิตเยี่ยงบรรดาบรรพชนเหล่านั้นล่ะก็…สิ่งแรกที่เขาคนนั้นจะได้รับก็คือคำเชื้อเชิญให้กลับไปขี่อูฐ!

 

ตลกดี – เราเป็นอะไรกันมากกับการขี่อูฐ  ทั้งที่มันเป็นส่วนยิบย่อยที่สุดของวิถีชีวิตของคนรุ่นก่อน ในขณะที่แก่นสารแห่งวิถีชีวิตของพวกเขาที่ผู้หวังจะดำเนินรอยตามในยุคของเราเรียกร้องไปสู่  คือแก่นสารแห่งชาวอาคิเราะฮฺ คือแก่นสารแห่งการมุ่งหน้าไปสู่ความเป็นอยู่อันถาวรโดยไม่ยี่หระต่อความทุกข์ยากใดใดในโลกอันชั่วคราว  คือแก่นสารแห่งชีวิตที่ว่า “ชีวิตในดุนยานี้ไม่ใช่อะไรเลยนอกจากความหลอกลวง” (อัล-ฮะดีด 57:20) และแก่นสารนี้คือแก่นสารที่ไม่มีเงื่อนไขแห่งยุคสมัย  เพราะนับตั้งแต่วันที่โลกนี้ถูกสร้างจนกระทั่งวันที่มันถูกม้วนเก็บสูญสลาย มันก็เป็นอะไรที่ไม่ได้มีค่า ณ ที่อัลลอฮฺมากไปกว่าปีกยุง – ไม่เปลี่ยนแปลง!

 

มันประหลาด – ว่าไหม? ที่เรามักตื่นใจเสมอกับวิถีชีวิตของคนรุ่นก่อนที่ปรากฏในประวัติศาสตร์  แต่หากมีใครในยุคสมัยนี้พยายามจะดำเนินรอยตามพวกเขา หรือพยายามเลือกกระทำในสิ่งที่ใกล้เคียงกับพวกเขาที่สุด  สิ่งที่เราจะมอบให้กับเขาผู้นั้นกลับเป็นการประณามหยามเหยียด

 

เราตื่นใจในความกล้าหาญของบรรดาซอฮาบะฮฺในสมรภูมิรบต่าง ๆ ที่พวกเขาไม่มีอะไรมอบให้แก่บรรดาศัตรูของอิสลามนอกจากความเข้มแข็งเด็ดขาด 

แต่ถ้าใครในยุคสมัยนี้หวังจะเดินทางเข้าสู่สมรภูมิรบในดินแดนมุสลิมที่ถูกรุกราน และต่อสู้อย่างเข้มแข็งเด็ดขาดต่อศัตรูอิสลาม สถานะที่เขาจะได้รับคือ “หัวรุนแรง”

 

เรายกย่องในความเด็ดเดี่ยวของเด็กหนุ่มมุอ๊าซ และมุเอาวัซที่สังหารอบูญะฮัลเพราะได้ยินมาว่าอบูญะฮัลเคยพูดจาดูถูกท่านนบี 

แต่ถ้าใครในยุคสมัยเราปรารถนาจะเป็นผู้สังหารนักวาดการ์ตูนดูหมิ่นท่านนบี  สถานะที่เขาจะได้รับคือ “ขาดสติ”

 

เราชื่นชมในความบริสุทธิ์ของผู้หญิงในสมัยก่อนบางคนที่ออกจากบ้านเพียงสองครั้งในชีวิต  คือออกจากบ้านพ่อแม่ไปยังบ้านสามี และออกจากบ้านสามีไปยังหลุมฝังศพ 

แต่ถ้ามีผู้หญิงคนไหนในยุคสมัยนี้อยากจะเก็บตัวอยู่กับบ้าน สถานะที่เธอจะได้รับคือ “โง่”

 

เราประทับใจในเรื่องราวของบรรดาซอฮาบะฮฺที่อยู่อย่างยากจน  หิวโหย  มีเสื้อผ้าใส่ชุดเดียว 

แต่ถ้าใครในยุคสมัยนี้พยายามจะใช้ชีวิตในสภาพดังกล่าว  สถานะที่เขาจะได้รับก็คือ “ทิ้งดุนยา”

 

ใช่ – เราถูกสอนให้ขอดุอาอฺว่า “ร็อบบะนาอาตินาฟิดดุนยาฮะซะนะฮฺ  ว่ะฟิลอาคิเราะติฮะซะนะฮฺ : โอ้ผู้อภิบาลของเรา  โปรดให้เราได้รับความดีงามทั้งในดุนยา และอาคิเราะฮฺ”   ที่เราบางคนถือเอาว่าบ้านช่องที่ใหญ่โต  ทรัพย์สมบัติและเกียรติยศศักดิ์ศรีที่ตนแสวงหาและได้รับ คือ“ดุนยาฮะซะนะฮฺ” ในดุอาอฺบทนี้ ในขณะที่ใครไม่เอาใจใส่ในสิ่งเหล่านี้คือคนที่“ทิ้งดุนยา”   แต่เราลืมไปหรือเปล่าว่า อัล-มุสตอฟา…ผู้สอนให้เราขอดุอาอฺบทนี้ คือคนที่นอนเสื่อจนหลังขึ้นลายและต้องผูกก้อนหินไว้กับท้องเพราะความหิว! 

 

เรายกย่อง ชื่นชม  และตื่นใจเสมอในเรื่องราวของท่าน  คืนนี้ก่อนนอนเราก็ยังจะสอนเด็ก ๆ ของเราว่านบีของพวกเขานอนบนเสื่อเนื้อหยาบจนปรากฏลายเสื่อที่แผ่นหลัง 

แล้วหลังจากนั้น…เด็ก ๆ ก็จะหลับอย่างมีความสุขบนเตียงนอนนุ่ม ๆ   ผ้าห่มผืนอุ่น  และเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ!