+ แ ม่ กั บ ร อ ม ฎ อ น +

 

-1-

แม่ให้ฉันเริ่มถือศีลอดครั้งแรกตอนอยู่อนุบาลสอง

ปีนั้นรอมฎอนตรงกับช่วงหน้าร้อนพอดี

พีคตรงที่แม่ไม่รู้จักการถือศีลอดครึ่งวัน

จะฝึกหรือเอาจริงมีแต่แบบเต็มวันเท่านั้น

แม่บอกว่าต้องใช้ไม้ตายทุกท่าเพื่อจะพาลูกไปให้ถึงช่วงเวลาละศีลอดในช่วงวันแรกๆ

หลังจากนั้นก็จะไม่ยากเท่าไหร่แล้ว

 

ใช้เวลาเกือบสามสิบปี

ฉันถึงรู้ว่า คนที่อดทนที่สุดในช่วงเวลานั้นไม่ใช่เด็กอนุบาลสองอย่างฉัน

แต่คือแม่

แม่ที่ต้องทนฟังลูกเล็กๆบ่นหิวและงอแง ทั้งที่ยังไม่จำเป็นอะไร

เพียงเพราะจุดยืนส่วนตัวที่หวังให้ลูกเล็กได้รับอะไรบางอย่างจากการถือศีลอด

เป็นอะไรบางอย่างที่คนเป็นแม่เชื่อว่าจะส่งผลดีงามต่อทั้งชีวิตของลูกต่อไป

 

-2-

เราต่างเติบโตขึ้นไปทุกปี

รอมฎอนของชีวิตเราก็เช่นกัน

จากเดือนแห่งความหิวของเด็กเล็กที่ความทรงจำกระพร่องกระแพร่ง

มาสู่เดือนแห่งการรวมตัวของพี่น้อง

จำได้แม่นถึงภาพพี่น้องเกือบสิบคนนั่งล้อมวงปูเสื่อละศึลอดที่สนามหน้าบ้าน

มีแม่คอยง่วนจัดการสิ่งต่างๆ และเป็นกรรมการห้ามเสียงต่อล้อต่อเถียง

ไม่กี่ปีต่อมา วงนั้นก็ค่อยเงียบลง พี่น้องหลายคนเดินทางไปศึกษาแดนไกล

บ้างไม่ไกล แต่การจราจรของเมืองหลวงก็พรากการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ตั้งแต่ตอนต้นตั้งวงไปอย่างหมดทางอุทธรณ์

มารู้ตัวอีกที รอมฎอนของเด็กๆ ที่ส่งสียงเจี๊ยวจ๊าว ก็กลายมาเป็นรอมฎอนของคนโตๆ ที่นิ่งขึ้น เงียบลง

แต่แม่ยังคงอยู่ และไม่เคยเปลี่ยน

รอมฎอนของเราจะมีแม่คอยวุ่นวายจัดการดูแล

เหมือนพวกเรายังอยู่อนุบาลสองเสมอ

 

-3-

สองปีที่แล้ว…รอมฎอนสุดท้ายของชีวิตแม่

พวกเราพยายามให้แม่เป็นเด็กอนุบาลสองแทน

เราพยายามขอให้แม่อยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร อยากได้อะไรให้บอกอย่างเดียว

(ซึ่งแหงล่ะ เด็กอนุบาลสองจะไม่ยอมเชื่อฟังคุณง่ายๆหรอก)

แม่ถือศีลอดได้ ๒๔ วัน ส่วนที่เหลือแม่ต้องใช้มันไปในโรงพยาบาล

ฉันจำได้แม่น เช้าวันที่ ๒๕ รอมฎอนที่หมอสั่งแอดมิท แม่ยังถือศีลอดไปโรงพยาบาล

เมื่อรู้คำสั่งหมอที่มาพร้อมการให้ยา แม่ร้องไห้และถามฉันว่า “นี่มีต้องละศีลอดเลยใช่ไหม”

แล้วแม่ก็จากไปหลังจบรอมฎอนนั้นไม่ถึงเดือน

 

-4-

เราต่างเติบโตขึ้นไปทุกปี

รอมฎอนของชีวิตเราก็เช่นกัน

ฉันเคยเฝ้ามองแม่…ผู้หญิงที่ตื่นคนแรกและหลับคนสุดท้าย

แล้วรู้สึกว่าแม่ทำให้ฉันมองเห็นรอมฎอนในมุมแห่งความเสียสละอย่างที่สุด

เสียสละเวลาละหมาด เวลาดุอาอ์ เวลาอ่านอัลกุรอานของตัวเอง

เพื่อให้คนอื่นได้ละหมาด ได้ดุอาอ์ และได้อ่านอัลกุรอาน

แม่กลายเป็นเหตุผลให้ฉันต้องบอกลาเอียอ์ติกาฟในบางปี และละหมาดให้กระชับขึ้นในบางคืน

เพื่อไม่ให้แม่ต้องเสียสละเพียงลำพัง

ทั้งหมดนั้นเมื่อมองกลับไปจากวันนี้

ฉันไม่พบอะไรเลย นอกจากความสวยงาม

 

-5-

รอมฎอนปีนี้ ที่บ้านของเรามีเด็กอนุบาลคนใหม่มาเริ่มถือศีลอด

แม้ไม่พีคเท่าเก่า เพราะแม่ของเด็กคนนี้รู้จักการฝึกเด็กด้วยศีลอดครึ่งวันแล้ว

แต่เสียงบ่นหิว ลูกอ้อน ไปจนถึงลูกล่อลูกชนต่างๆนานาซึ่งเพิ่มเลเวลไปตามระยะเวลาละศีลอดที่ใกล้เข้ามา

ก็ทำให้ฉันอดคิดถึงแม่ไม่ได้

เปล่า…ไม่ได้คิดว่า “ถ้าแม่ยังอยู่….ฉันจะถามอย่างนู้น จะขอช่วยอย่างนี้” หรอก

เพราะสำหรับฉัน…ยังไงแม่ก็ยังอยู่เสมอ

เพียงแต่คิดถึงชีวิตของแม่ คิดถึงรอมฎอนของแม่

คิดถึงชีวิตของเรา คิดถึงรอมฎอนของเรา

 

-6-

รู้สึกเหมือนกันไหมว่า…

ทั้งสองสิ่งนี้ –แม่กับรอมฎอน- เมื้อได้คิดถึง…

ก็จะไม่พบอะไรเลย นอกจากความสวยงาม